Monthly Archives: ตุลาคม 2017

ครีมกันแดดแบบสเปรย์

วิธีใช้ครีมกันแดดแบบสเปรย์ ใช้ให้ถูกวิธี บอกเลยไม่มีการหน้าพังหน้าสิวเกิดขึ้นแน่นอน

จากกรณีที่พริตตี้เงินล้านคนสวย หญิงแย้ นนทพร เผยใบหน้าที่เต็มไปด้วยผื่นแดงลงในอินสตาแกรมส่วนตัว โดยเธอเผยว่าอาการหน้าพังนี้เกิดขึ้นจากการฉีดครีมกันแดดแบบสเปรย์ตรง ๆ ลงไปบนใบหน้า อาจทำให้สาว ๆ หลายคนเห็นแล้วก็ขยาดไม่กล้าหยิบครีมกันแดดแบบสเปรย์ขึ้นมาใช้กันเลยใช่ไหมล่ะคะ แต่กระปุกดอทคอมขอบอกเลยว่า หากใช้ให้ถูกวิธีตามที่เราแนะนำดังต่อไปนี้ บอกเลยว่าหน้าไม่พังแน่นอนค่ะ

- ก่อนเลือกซื้อครีมกันแดดแบบสเปรย์มาใช้ ควรดูก่อนเลยว่าบนขวดเขียนว่าใช้สำหรับหน้าได้ด้วยหรือไม่ หรือขวดไหนที่เขียนว่า Face & Body ก็สามารถนำมาใช้กับใบหน้าอย่างสบายใจได้แน่นอน

- พลิกดูส่วนผสมในครีมกันแดดกันหน่อย หากมีสารตัวไหนที่เราแพ้อยู่ เช่น แอลกอฮอล์ ก็เลี่ยงเถอะค่ะเพื่อความปลอดภัยของใบหน้าสวย ๆ ใส ๆ ของเราเนอะ

- ไม่ควรฉีดใส่หน้าโดยตรง แต่ควรจะฉีดใส่อุ้งมือก่อนแล้วค่อยทาลงบนผิวหน้าเบา ๆ จะได้ไม่ทำให้หน้าแพ้ระคายเคือง หรืออาจทำให้ไปโดนบริเวณรอบดวงตาที่บอบบางได้ด้วย

เห็นไหมล่ะคะว่า ถ้าใช้ครีมกันแดดแบบสเปรย์กับผิวหน้าให้ถูกวิธีตามนี้ ก็สบายใจปลอดภัยไม่ต้องกลัวว่าหน้าจะพังแล้ว เพราะครีมกันแดดแบบนี้ยังไงก็ใช้สะดวกประหยัดเวลาสุด ๆ ไปเลยเนอะ หากใครกำลังมองหามาใช้ช่วงซัมเมอร์สักขวด ลองมาส่อง สเปรย์กันแดด 7 ตัวโดน ๆ  ที่เราได้รวบรวมมาให้กันเลยดีกว่า แล้วอย่าลืมใช้ให้ถูกวิธีด้วยล่ะสาว ๆ  ^_^

ว่านหางจระเข้

1. รักษาสิว

สาว ๆ รู้ไหมว่า ว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติที่จะช่วยลดสิวและลดอาการอักเสบได้นะคะ หากใครมีปัญหาสิวอักเสบบ่อย ๆ ลองใช้วุ้นใส ๆ ข้างในว่านหางจระเข้ทาบาง ๆ ดู รับรองว่าปัญหาสิวจะค่อย ๆ ทุเลาลง แถมยังปลอดภัยไม่ต้องเอาหน้าไปเสี่ยงกับยาสิวแรง ๆ ด้วย

2. แชมพูเติมความชุ่มชื้น

สภาพผมแห้งเว่อร์จนจะเป็นไม้กวาดอยู่แล้ว ? ลองนำวุ้นสดในว่านหางจระเข้มาผสมกับแชมพู แล้วนำมาสระผมดูสิ รับรองว่าสภาพผมของคุณจะนุ่มชุ่มชื้นขึ้น โดยที่ไม่ต้องไปเข้าร้านเสริมสวยเลย !

3. ยาแก้แมลงสัตว์กัดต่อย

เมื่อไรที่โดนแมลงหรือยุงกัดจนคันผิวหรืออักเสบแสบแดงไปหมด ลองให้ว่านหางจระเข้ช่วยเลยค่ะ แค่นำวุ้นสดใส ๆ ด้านในทาลงไปบนแผลที่โดนแมลงสัตว์กัดต่อย ก็จะช่วยบรรเทาให้อาการต่าง ๆ ทุเลาลงได้

4. ขจัดรังแค

ลาก่อนกับคำที่เพื่อน ๆ พูดว่า “หิมะเต็มหัวเธอไปหมดแล้ว” เพราะรังแคเจ้ากรรมจะหมดไป แค่ใช้วุ้นใสด้านในว่านหางจระเข้มาทาลงบนหนังศีรษะ ก็จะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้หนังศีรษะที่แห้งผากได้ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดปัญหารังแค รวมทั้งอาการคันจากรังแคก็จะหายไปด้วย

5. ขัดผิวสวย

นำวุ้นใสในว่านหางจระเข้ 1/2 ถ้วย มาผสมกับน้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วย จากนั้นนำมาขัดผิวเบา ๆ เพื่อให้ผิวสวยกระจ่างใส และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวเต่งตึงนุ่มน่าสัมผัสสุด ๆ

6. บรรเทาอาการผิวไหม้

ถ้าโดนแดดจัดทั้งวันจนผิวไหม้แสบแดงไปหมด บอกเลยไม่ต้องกังวลค่ะ แค่นำวุ้นสดด้านในว่านหางจระเข้มาทาผิวบริเวณที่โดดแดดมา ก็จะช่วยบรรเทาให้อาการทั้งหลายดีขึ้น ยิ่งนำไปแช่ตู้เย็นก่อนนำมาทานะ

สิวเสี้ยนที่จมูก

สูตรที่ 1 ไข่ขาว น้ำผึ้ง และน้ำมะนาว

นำไข่ไก่ 1 ฟองมาตอกใส่ถ้วย แยกไข่ขาวและไข่แดงออกจากกัน (ใช้แต่ไข่ขาว) จากนั้นให้ผสมน้ำผึ้ง และน้ำมะนาวลงไป ตีให้เข้ากัน ล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น แล้วนำส่วนผสมที่เตรียมไว้มาทาที่บริเวณจมูก ใช้สำลีแผ่นบาง ๆ มาแปะทับลงไปบนบริเวณที่ทาไข่ขาว เสร็จแล้วทาไข่ขาวทับอีกที รอจนสำลีแห้งสนิท แล้วค่อย ๆ ลอกสำลีจากล่างขึ้นบน สิวเสี้ยนจะหลุดออกมา จากนั้นให้ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเพื่อปิดรูขุมขน ซึ่งสูตรนี้สามารถทำได้สัปดาห์ละครั้ง

สูตรที่ 2 เบกกิ้งโซดา กับน้ำมะนาว

เริ่มจากบีบน้ำมะนาวใส่ถ้วย จากนั้นใส่เบกกิ้งโซดาผสมลงไป คนให้เข้ากันจนได้เนื้อครีมข้น ๆ จากนั้นให้นำมาพอกไว้ที่จมูก หรือบริเวณที่มีสิวเสี้ยน ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น สูตรนี้ทำบ่อย ๆ จะช่วยให้สิวเสี้ยนหายเกลี้ยงได้ง่าย ๆ แถมยังทำให้จมูกเรียบเนียนขึ้นอีกด้วย

สูตรที่ 3 น้ำผึ้ง

ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด นำน้ำผึ้งมาทาและนวดคลึง ๆ ที่บริเวณจมูก จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วล้างออก สูตรนี้ให้ทำเป็นประจำ น้ำผึ้งจะช่วยกำจัดสิวเสี้ยนให้หายไป และช่วยให้ผิวนุ่มขึ้นด้วย

สูตรที่ 4 มะขามเปียก กับน้ำมะนาว

นำมะขามเปียกมาละลายน้ำพอข้น ๆ บีบน้ำมะนาวผสมลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากัน จากนั้นให้นำมาทาบริเวณจมูก ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก สูตรนี้ให้ทำเป็นประจำ จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและทำให้สิวเสี้ยนลดลงได้ดี

สูตรที่ 5 ดินสอพอง ขมิ้นชัน และน้ำมะนาว

นำดินสอพองมาละลายกับน้ำอุ่น ผสมผงขมิ้นชัน และน้ำมะนาวลงไป คนให้เข้ากันจะได้เนื้อครีมข้น ๆ จากนั้นให้นำมาทาที่บริเวณจมูก รอจนเนื้อครีมแห้ง ล้างออกให้สะอาด แล้วใช้ผ้าขนหนูเช็ดเบา ๆ บริเวณที่มีสิวเสี้ยน สูตรนี้สามารถทำได้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง สิวเสี้ยนจะค่อย ๆ หลุดและหายไปเอง

สูตรที่ 6 ข้าวโอ๊ตกับน้ำกุหลาบ

บดข้าวโอ๊ตให้เป็นเนื้อละเอียด ผสมน้ำกุหลาบลงไป พอให้ได้เนื้อข้น ๆ จากนั้นให้นำส่วนผสมที่ได้มาทาที่จมูก ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด สูตรนี้สามารถทำได้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยกำจัดสิวเสี้ยนที่มีอยู่แล้วให้หายไป อีกทั้งยังจะช่วยป้องกันการเกิดสิวเสี้ยนใหม่อีกด้วย

สูตรที่ 7 เกลือเม็ดละเอียด น้ำผึ้ง และน้ำมะนาว

เริ่มจากนำผ้าขนหนูผืนบาง ๆ ไปชุบน้ำอุ่น บิดให้หมาดแล้วนำมาโปะที่บริเวณจมูกทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที เพื่อเป็นการเปิดรูขุมขน จากนั้นให้ผสมเกลือเม็ดละเอียด เข้ากับน้ำผึ้ง และน้ำมะนาว เมื่อคนเข้ากันแล้วให้นำมานวดและขัดที่บริเวณจมูกอย่างเบามือประมาณ 5 นาที แล้วค่อยใช้ผ้าขนหนูเช็ดออกเบา ๆ ล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำเย็น สูตรนี้ให้ทำสัปดาห์ละครั้ง สิวเสี้ยนจะค่อย ๆ หายไป

สูตรที่ 8 นมสด กับผงเจลาติน

ผสมนมสดกับผงเจลาตินในถ้วยกระเบื้องในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 ให้เข้ากัน เสร็จแล้วให้นำเข้าไปอบในไมโครเวฟ โดยใช้ความร้อนปานกลางประมาณ 30 วินาที เมื่อละลายแล้วให้นำออกมาคนและพักไว้จนหายร้อน จากนั้นให้ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด นำส่วนผสมที่ได้มาทาบาง ๆ ทิ้งไว้บริเวณจมูก รอจนแห้ง แล้วค่อย ๆ ลอกจากล่างขึ้นบน สิวเสี้ยนจะหลุดออกมา เสร็จแล้วให้ล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำเย็น สูตรนี้สามารถทำได้สัปดาห์ละครั้งค่ะ

พอกหน้าด้วยไข่แดง

1. สูตรเพื่อผิวหน้าเนียนนุ่ม

สูตรนี้ส่วนประกอบหลัก ๆ คือไข่แดงและอะโวคาโดค่ะ ซึ่ง 2 สิ่งนี้มีหน้าที่เติมความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า เหมาะสำหรับสาวผิวแห้งมาก ๆ แถมยังได้โยเกิร์ตมาช่วยในเรื่องของสิวด้วย

ส่วนผสม

- ไข่แดง 1 ลูก

- โยเกิร์ต 1 ช้อนชา

- อะโวคาโดสุก 1/4 ลูก

วิธีทำ

บดอะโวคาโดให้เหลวเป็นเนื้อมาสก์ แล้วเทส่วนผสมทั้งหมดที่เตรียมไว้ลงไป คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำมาพอกหน้าไว้ 15 นาที หรือจนกว่าเนื้อมาสก์จะแห้งไปกับผิว หลังจากล้างออกแล้วจะสัมผัสได้ถึงผิวที่นุ่มเนียนราวกับผิวเด็กเลยล่ะ

2. สูตรป้องกันสิวให้หน้าใส

ใครที่เป็นสิวบ่อย ๆ ลองสูตรนี้เลยค่ะ เพราะนอกจากไข่แดงจะช่วยบำรุงผิวแล้ว ยังมีส่วนผสมของน้ำผึ้งที่ช่วยรักษาและป้องกันสิว แถมยังมีน้ำมันอัลมอนด์ช่วยให้สิวแห้งยุบตัวลงไปอีกด้วย

ส่วนผสม

- ไข่แดง 1 ลูก

- น้ำมันอัลมอนด์ 1 ช้อนชา

- น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา

วิธีทำ

นำส่วนผสมทั้งหมดลงไปผสมกันในชาม จากนั้นใช้ที่ตีไข่คนให้ส่วนผสมเข้ากันจนเป็นมูสฟองนุ่ม ๆ แล้วนำมาสก์ที่ได้มามาสก์หน้าทิ้งไว้ 15 นาที ในช่วงระหว่างนี้อย่าเพิ่งขยับหน้ามากนะคะ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด  แล้วจะพบกับผิวหน้าที่สะอาดใส สิวเก่าก็จะค่อย ๆ ยุบ แถมสิวใหม่ก็ไม่ค่อยขึ้นเหมือนอย่างที่เคย

สูตรพอกหน้า

3. สูตรชะลอวัยให้หน้าเด็กไปอีก

รู้กันหรือไม่คะว่า น้ำมันมะกอกนี่แหละคือโบท็อกซ์จากธรรมชาติชั้นดีเลย เพราะจะช่วยล็อกความชุ่มชื้นในเซลล์ผิว แถมยังช่วยเติมความชุ่มชื้นในผิวด้วย แถมยังมีกล้วยที่อุดมไปด้วยวิตามินอี ซึ่งช่วยในเรื่องของการชะลอวัยได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ

ส่วนผสม

- ไข่แดง 1 ลูก

- กล้วยสุก 1 ลูก

- น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา

วิธีทำ

บดกล้วยให้เหลวด้วยส้อม แล้วนำไข่แดงและน้ำมันมะกอกผสมลงไป คนจนกว่าจะได้เนื้อมาสก์ที่เนียนนุ่ม จากนั้นนำมามาสก์หน้าทิ้งไว้ 15 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น หากสาว ๆ คนไหนผิวแห้งมาก ก็อาจจะผสมน้ำมันมะพร้าวลงไปในเนื้อมาสก์ด้วยก็จะช่วยเติมความชุ่มชื้นไปในตัวด้วยนะคะ

4. สูตรรักษาสิว

แค่น้ำผึ้งอย่างเดียว ก็มีคุณสมบัติลดการระคายเคือง ลดการอักเสบ และช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ ซึ่งก็ไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไมมาสก์ไข่แดงและน้ำผึ้งสูตรนี้จะช่วยให้สิวยุบ และเผยให้เห็นผิวหน้าใส ๆ ได้

ส่วนผสม

- ไข่แดง 1 ลูก

- น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

นำไข่แดงผสมกับน้ำผึ้ง แล้วตีให้เข้ากันในชามสะอาด จากนั้นนำเนื้อมาสก์ที่ได้มาทาลงบนใบหน้า ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น สิวที่มีอยู่ทั้งหลายก็จะค่อย ๆ ยุบตัวลงและไม่ทิ้งรอยไว้ค่ะ

5. สูตรผิวขาวกระจ่างใส

อยากหน้าขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ต้องลองมาสก์สูตรนี้เริดเว่อร์ ๆ เพราะนอกจากจะทำให้หน้าขาวใสขึ้นแล้ว ยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ในตัวด้วยนะ

ส่วนผสม

- ไข่แดง 1 ลูก

- น้ำส้มสด 1 ช้อนชา

- น้ำมะนาว 1/2 ช้อนชา

- น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา

วิธีทำ

นำส่วนผสมทั้งหมดมารวมกัน แล้วคนให้เข้ากันจนกว่าจะเป็นเนื้อมาสก์นุ่ม ๆ จากนั้นนำมาทาลงบนใบหน้าและลำคอ โดยให้เว้นช่วงรอบดวงตาเอาไว้ ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด จากนั้นบำรุงหน้าตามปกติได้เลยค่ะ

รักษาสิวให้หายขาด

1. เลือกกินอาหาร

ถ้ารักษาสิวด้วยการใช้สกินแคร์หรือยามานาน แต่สิวก็ไม่เคยหายขาดไปจากชีวิตสักที อยากให้สาว ๆ มาลองเลือกกินอาหารกันให้มากขึ้นค่ะ พวกอาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารที่มีไขมันเยอะ หรืออาหารสำเร็จรูปทั้งหลายนี่แหละตัวการทำให้เกิดสิวและผิวเสียเลย ลองเลี่ยงอาหารเหล่านี้สักพัก แล้วคุณจะสังเกตได้เลยว่าสิวจะหาย หน้าจะใสขึ้นเป็นกองเลยล่ะ

2. แต้มสิวด้วยน้ำผึ้ง

เมื่อไรที่สิวอักเสบเจ้ากรรมเริ่มเจ็บ ๆ คัน ๆ ขึ้นมาแล้ว บอกเลยว่าไม่ต้องไปหายาแต้มสิวที่เขาว่าดีที่สุดมาใช้ เพราะคุณก็สามารถใช้น้ำผึ้งหวานหอม ที่มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบมาแต้มไว้ได้ ลองแต้มตรงสิวไว้ก่อนนอน ตื่นเช้ามาก็ยุบไวไม่ทิ้งรอย แถมยังไม่ทำให้ระคายเคืองเพิ่มด้วย

3. ใช้คลีนซิ่งออยล์ล้างหน้า

สาว ๆ ที่เป็นสิวบ่อยไม่หายสักที คงต้องร้องยี้เมื่อพูดถึงคลีนซิ่งออยล์ เพราะกลัวว่าน้ำมันจะไปอุดตันทำให้สิวเพิ่มขึ้นน่ะสิ แต่บอกเลยว่าการล้างหน้าด้วยคลีนซิ่งออยล์นี่แหละจะช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันในผิว อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวอุดตันและบรรดาสิวต่าง ๆ ได้ แถมยังทำให้หน้านุ่มชุ่มชื้นอีกด้วย

4. เข้านอนให้เร็วขึ้น

ลองถามตัวเองดูสักนิดว่าทุกวันนี้คุณนอนดึกหรือนอนเพียงพอแล้วหรือยัง เพราะถ้าคุณนอนดึกหรือนอนน้อยละก็ บอกเลยว่ายังไงเจ้าสิวตัวร้ายทั้งหลายก็ไม่มีวันหายไปจากใบหน้าคุณแน่นอน เอาเป็นว่าลองเข้านอนให้ไว แล้วนอนให้ได้ 6-8 ชั่วโมง บอกเลยว่าสิวจะค่อย ๆ ยุบ แล้วเผยให้เห็นผิวหน้าใส ๆ ในเร็ววันแน่นอน

5. ดื่มน้ำเยอะ ๆ

สาวที่เป็นสิวไม่เคยหายสักที ยอมรับมาซะดี ๆ เถอะว่าวัน ๆ หนึ่งคุณน่ะกินน้ำเปล่าน้อยมากใช่ไหม ? ก็เข้าใจว่าชา กาแฟ หรือน้ำหวานแสนอร่อยมีขายเต็มไปหมด แต่ก็อย่าลืมว่าน้ำเปล่าดีที่สุดต่อร่างกายนะคะ เพราะหากคุณดื่มน้ำเยอะ ๆ จะช่วยให้ผิวไม่ขาดความชุ่มชื้น ช่วยให้ท้องไม่ผูก และช่วยขจัดของเสียออกจากร่างกายด้วย นี่แหละวิธีง่าย ๆ แต่ได้หน้าใสชัวร์

6. ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายไม่เพียงแต่ช่วยให้หุ่นดี แต่ยังทำให้สิวหายหน้าใสอีกด้วย เพราะเวลาที่ร่างกายขับเหงื่อออก ก็เท่ากับเป็นการทำความสะอาดรูขุมขนไปด้วยยังไงล่ะคะ เห็นไหมล่ะว่าวิธีนี้ง่ายไม่ต้องเสียเงิน งานนี้ได้ทั้งหน้าใส ได้ทั้งหุ่นดี แหม … สวยครบจบเลย

ลดถุงใต้ตา

1. ใช้ช้อนเย็น

วิธีนี้แหละง่ายและทำได้ทุกคนแน่นอน แค่นำช้อนไปแช่ไว้ในตู้เย็นสัก 10-15 นาที จากนั้นนำมาครอบไว้บนเบ้าตาจนกว่าช้อนจะอุ่น วิธีนี้จะช่วยให้หลอดเลือดหดตัวลงและลดอาการตาบวมได้อยู่หมัด

2. ประคบด้วยถุงชา

นำถุงชามาชงในน้ำร้อน จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นให้หายร้อนสักครู่ แล้วค่อยหยิบถุงชาหรือจะใช้สำลีจุ่มน้ำชาที่ได้มาวางไว้บนเบ้าตาสัก 10-15 นาที เพียงเท่านี้ก็จะช่วยบรรเทาอาการตาบวมให้หายไปได้ง่าย ๆ แล้วค่ะ

3. ใช้ผักช่วยบรรเทา

ลองไปเปิดตู้เย็นแล้วหาดูว่ามีแตงกวาหรือมันฝรั่งบ้างไหม เพราะทั้ง 2 สิ่งนี้แหละที่สามารถช่วยลดถุงใต้ตาและอาการตาบวมได้ค่ะ หากมีแตงกวาลองสไลซ์ให้เป็นแว่นแล้วนำมาวางบนเบ้าตาทิ้งไว้สัก 10 นาทีหรือมากกว่านั้นก็ได้ แต่ถ้าใครมีมันฝรั่งก็ทำคล้าย ๆ กัน คือให้สไลซ์มาวางไว้บนเบ้าตาสัก 15-20 นาทีหรือนานจนกว่าอาการจะดีขึ้น

4. ดื่มน้ำเยอะ ๆ

รู้หรือไม่ว่าหากร่างกายดื่มน้ำไม่เพียงพอ ก็เป็นสาเหตุของการเกิดถุงใต้ตาได้เหมือนกันนะ อาจลองสังเกตดูง่าย ๆ วันไหนที่ดื่มน้ำน้อยหรือดื่มแอลกอฮอล์เยอะ ตื่นมาบอกเลยว่าถุงใต้ตาจะมาเยี่ยมเยือนทันที ฉะนั้นวิธีแก้ง่าย ๆ ก็แค่ดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 8 แก้ว นอกจากจะช่วยลดถุงใต้ตาแล้วยังทำให้ผิวดีอีกต่างหาก

5. ทาเจลว่านหางจระเข้

ไม่ว่าจะเป็นเจลว่านหางจระเข้สดที่ปลูกแทบทุกบ้าน หรือจะเจลว่านหางจระเข้ในรูปแบบกระปุกที่กำลังฮอตฮิตตอนนี้ ก็สามารถหยิบมาใช้ลดถุงใต้ตาที่บวมตุ่ยได้เหมือนกันค่ะ เพราะว่านหางจระเข้อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แถมยังอุดมไปด้วยวิตามินอีที่ทำให้ผิวชุ่มชื้น แค่ทาแล้วนวดเบา ๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด แต่ต้องระวังอย่าให้เข้าตานะคะ

รักษาก้นลาย

ปัญหาก้นลาย ถือเป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ทำให้สาว ๆ อย่างเรากลุ้มใจได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะมันช่างน่าอับอายมาก ๆ และยากที่จะปิดซ่อนเอาไว้ โดยเฉพาะกับสาว ๆ ที่ชอบนุ่งสั้น ชอบใส่บิกินี่ เวลาใส่เจ้าพวกนี้ทีไรเป็นต้องเห็นก้นลายแลบออกมาทำให้อายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีทุกที

 

1. ก้นลายที่เกิดจากรอยสิว เมื่อผิวหนังบริเวณก้นมีความสกปรกจนทำให้เกิดสิวอักเสบขึ้นมา เมื่อหายแล้วจึงเป็นธรรมดาที่ผิวหนังจะมีรอยกระด่างกระดำเป็นจุด ๆ ซึ่งสาเหตุนี้มักพบได้บ่อย ๆ

2. ก้นลายที่เกิดจากเป็นผื่นแพ้ เช่น ผิวหนังบริเวณก้นเกิดการอักเสบ แพ้เป็นผื่น เมื่อหายดีแล้วจึงเกิดรอยดำตามมา

3. ก้นลายที่เกิดจากรอยแตกลาย สำหรับสาว ๆ ที่ร่างกายมีการขยายตัวเร็วอย่าง ผู้หญิงตั้งครรภ์ หรือคนที่อ้วนมาก ๆ สาเหตุนี้ก็เป็นปัจจัยหลัก ๆ ที่จะทำให้เกิดก้นแตกลายได้ง่าย ๆ

เมื่อทราบสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาก้นลายกันไปแล้ว คราวนี้ลองมาดูวิธีแก้ปัญหากวนใจเหล่านี้ให้หมดไปกันดีกว่าค่ะ ซึ่งวิธีดูแลก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังต่อไปนี้…

หลังอาบน้ำเสร็จให้หมั่นทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของกรด AHA และไวท์เทนนิ่งเพื่อลดรอยด่างดำให้จางลง

ปัจจุบันมีครีมทาผิวแตกลายออกมาวางจำหน่ายมากมาย สาว ๆ สามารถหาซื้อมาใช้กันได้เลยค่ะ แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าจะใช้ครีมตัวไหนดี แนะนำให้ปรึกษาเภสัชกรประจำร้านยาจะดีที่สุดค่ะ

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่างเช่น เนื้อปลา ถั่ว นม ไข่ ผักและผลไม้ ซึ่งอาหารเหล่านี้จะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะสามารถช่วยปรับสภาพผิวให้แข็งแรง และลดอาการของก้นที่อักเสบหรือแตกลายได้

ผลัดเซลล์ผิวด้วยสมุนไพรตามธรรมชาติ โดยให้นำมะขามเปียกมาขัดแล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาทีแล้วค่อยล้างออก กรดของมะขามเปียกจะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว ช่วยให้ก้นของสาว ๆ เนียนนุ่มและขาวขึ้นได้

เปลี่ยนมาใส่กางเกงในแบบที่ไม่รัดแน่น ไม่มีตะเข็บ และควรเป็นผ้าที่สามารถระบายอากาศได้ดี

เมื่อทำกิจกรรมที่ต้องเหงื่อออกมาก ๆ ให้รีบอาบน้ำทันที เพราะหากปล่อยให้อับชื้นอาจทำให้สกปรกและเกิดสิวอักเสบได้ง่าย ๆ นอกจากนี้ควรเลือกใช้ครีมอาบน้ำหรือสบู่อาบน้ำแบบที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วย ซึ่งจะช่วยทำความสะอาดผิวได้ดียิ่งขึ้น

เวลานั่งควรหาเบาะรองนั่งมาเสริม จะช่วยลดการเสียดสีได้

สำหรับใครที่มีปัญหาอ้วนแล้วก้นแตกลาย ให้เน้นออกกำลังกายท่ากระชับก้นและต้นขา จะช่วยแก้ปัญหาก้นแตกลายให้ดีขึ้นได้

หากลองทำมาหลายวิธีแล้วยังไม่ทันใจ ก็สามารถหันไปพึ่งการแพทย์ด้วยการใช้เลเซอร์ได้ โดยวิธีนี้จะช่วยลบรอยดำ ช่วยลดรอยแตกลายได้ผลดี แต่ทั้งนี้อาจจะมีค่าใช้จ่ายสูง และก่อนทำควรต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

รักษาสิวหิน

รักษาด้วยเข็ม

ลองหาที่กดสิวสักอันมาก่อน แล้วนำด้านเข็มกดลงไปที่สิวหิน จากนั้นใช้อีกฝั่งกดเน้น ๆ ให้หัวสิวด้านในดันออกมา แต่ถ้าหากไม่มั่นใจในฝีมือของตัวเอง หรือกลัวผิวบอบช้ำมาก ๆ ก็ให้ไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อให้แพทย์ใช้วิธีนี้รักษาให้จะเซฟกว่าค่ะ

รักษาด้วยเลเซอร์

สาว ๆ คนไหนมีงบมากและอยากหายกลับมาสวยใสเหมือนเดิม แนะนำให้ใช้วิธีเลเซอร์เลยค่ะ ถ้าหากกลัวเป็นแผลหลังทำ บอกเลยเดี๋ยวนี้มีนวัตกรรมใหม่มากมายในการรักษา ที่อาจจะทำให้มีรอยน้อยลง ยังไงก็ลองไปปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนจะแน่นอนที่สุดค่ะ

รักษาด้วยครีมที่ผสมเรตินอยด์

ถ้าไม่อยากเจ็บตัวด้วยการใช้เข็มละก็ ลองหาครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์มาแต้มลงบนสิวหินสิ หากใช้เป็นประจำพวกหัวสิวที่อุดตันอยู่ด้านในก็จะออกมาเอง แต่วิธีนี้ต้องอาศัยความอดทนเพราะต้องใช้เวลาพอสมควร และควรระวังอย่าใช้ตรงบริเวณรอบดวงตาด้วย

รักษาด้วยปูนแดง

แนะนำเลยว่านี่คือวิธีรักษาสิวหินแบบบ้าน ๆ ที่ได้ผลดีชะงัด แค่นำปูนแดงมาผสมน้ำเล็กน้อย จากนั้นนำมาแต้มไว้ตรงสิวหินวันละ 1-2 ครั้ง แล้วสิวหินจะแห้งพร้อมหลุดออกไปเองโดยไม่ต้องใช้แรงกดใด ๆ ให้เจ็บเลยล่ะ

รักษาด้วยการผลัดเซลล์ผิว

ไม่ว่าจะทำการผลัดเซลล์ผิวด้วยวิธีธรรมชาติหรือผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี ก็สามารถช่วยกำจัดสิวหินให้ออกไปได้ดีไม่แพ้กัน แต่ถ้าไม่อยากเสียเวลาไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อทำการผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมีละก็ อาจจะลองหาผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่หาซื้อได้ทั่วไปมาใช้เป็นประจำสม่ำเสมอก็ได้

เมื่อรักษาสิวหินให้หายแล้ว ก็อย่าลืมใส่ใจในการดูแลผิวหน้าให้มากขึ้นด้วยการหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เสี่ยงอุดตัน ทาครีมกันแดดเนื้อเบาบางอย่าสม่ำเสมอ หรือเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีสารระคายเคืองผิวน้อยที่สุด แค่นี้โอกาสที่สิวหินจะกลับมากวนใจก็น้อยลงแล้วล่ะ

ขัดรักแร้ขาว

1. สูตรมะขามเปียกผสมน้ำผึ้ง

นำมะขามเปียกมาผสมกับน้ำอุ่นพอข้น ๆ จากนั้นผสมน้ำผึ้งลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากันแล้วนำมาขัดรักแร้ให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีแล้วค่อยล้างออก สูตรนี้สามารถทำได้วันเว้นวัน จะสังเกตเห็นได้ชัดว่ารักแร้ของคุณจะค่อย ๆ ขาวขึ้น

2.  สูตรแตงกวา ขมิ้น ผสมกับน้ำมะนาว

นำแตงกวามาปอกเปลือกแล้วนำไปปั่นให้ละเอียด เสร็จแล้วให้ผสมผงขมิ้นชัน และบีบน้ำมะนาวลงไป ผสมให้เข้ากัน จากนั้นให้นำมาถูบริเวณใต้วงแขน ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วค่อยล้างออก สูตรนี้สามารถทำได้บ่อย ๆ นอกจากรักแร้จะขาวขึ้นแล้วยังจะดูเรียบเนียนขึ้นอีกด้วย

3. สูตรมะนาว

นำมะนาวสด ๆ มาฝานเป็นแว่นบาง ๆ จากนั้นให้นำมะนาวมาถูบริเวณใต้วงแขน ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีแล้วค่อยล้างออก สูตรนี้สามารถทำได้ทุกวัน จะช่วยเร่งผลัดเซลล์ผิวทำให้รักแร้ขาวกระจ่างใสขึ้นได้ไม่ยาก

4. สูตรมันฝรั่ง

นำหัวมันฝรั่งไปขูดให้เป็นฝอย ๆ จากนั้นผสมกับน้ำอุ่นเล็กน้อย คั้นเอาแต่น้ำมันฝรั่ง เมื่อได้น้ำมันฝรั่งมาแล้วให้นำสำลีมาชุบแล้วนำมาทาที่บริเวณใต้วงแขน ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออก ทำเป็นประจำทุกวัน รับรองว่ารักแร้จะขาวขึ้นภายในเร็ววันแน่นอน

5. สูตรน้ำตาล ผสมกับน้ำมะนาว

นำน้ำตาลทรายแดงประมาณครึ่งช้อนโต๊ะ มาผสมกับน้ำมะนาว 1 ซีก ผสมให้เข้ากัน จากนั้นให้นำมาถูเบา ๆ บริเวณใต้วงแขน ทิ้งเอาไว้ประมาณ 10-15 นาทีแล้วล้างออก วิธีนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ขาวขึ้น สำหรับใครที่รักแร้ดำจากการถอนหรือโกนขนรักแร้ สูตรนี้ช่วยได้แน่นอนค่ะ

6. สูตรโยเกิร์ต ผสมกับน้ำมะนาว

นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติมาผสมกับน้ำมะนาวเล็กน้อย จากนั้นให้นำมาถูและพอกบริเวณใต้วงแขน ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้างออก สูตรนี้สามารถทำได้เป็นประจำเลยค่ะสาว ๆ รับรองว่ารักแร้จะค่อย ๆ ขาวขึ้นจนสังเกตเห็นได้ชัดเลยล่ะ

7. สูตรมะขามเปียก ผสมโยเกิร์ต

นำน้ำมะขามเปียกและโยเกิร์ตมาผสมเข้าด้วยกัน ในอัตรา 1 ต่อ 1 จากนั้นให้นำมาพอกไว้บริเวณใต้วงแขน ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที เสร็จแล้วก่อนล้างออกให้ใช้ใยบวบมาขัด ๆ อย่างเบามืออีกที สูตรนี้จะช่วยเร่งผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก และช่วยกำจัดรอยคล้ำบริเวณใต้วงแขนให้ขาวกระจ่างใสขึ้นได้ง่าย ๆ

มาสก์สำหรับคนหน้าแห้ง

1. มาสก์กล้วย

ส่วนผสม

กล้วยสุก 1/2 ลูก

น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา

เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะ

เมื่อนำส่วนผสมทุกอย่างมารวมและคนให้เข้ากันแล้ว ก็นำมามาสก์บนหน้า แล้วขัดเบา ๆ จากนั้นทิ้งไว้ได้เลย สำหรับสูตรมาสก์นี้จะช่วยเติมความชุ่มชื้นได้เริดมาก ๆ ด้วยคุณค่าจากน้ำผึ้ง และเบกกิ้งโซดาจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไป รวมถึงกล้วยก็มีวิตามินช่วยเติมความชุ่มชื้นและกระจ่างใสให้กับผิวด้วยล่ะ

มาสก์สำหรับคนหน้าแห้ง

2. มาสก์อะโวคาโด

ส่วนผสม

อะโวคาโดสุก 1/4 ลูก

โยเกิร์ต 1 ช้อนชา

ก่อนนำส่วนผสมมารวมกัน ให้บดอะโวคาโดให้เป็นเนื้อเหลว ๆ ก่อน เมื่อผสมกับโยเกิร์ตแล้วก็คนให้เข้ากัน จากนั้นนำมามาสก์หน้าไว้สัก 10-15 นาทีค่อยล้างออก แล้วผิวหน้าจะเนียนนุ่มชุ่มชื้นสุด ๆ เลยแหละ เพราะในอะโวคาโดอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แถมยังมีวิตามินบีและอี ซึ่งเป็นวิตามินที่ดีสำหรับผิวพรรณอย่างมาก

มาสก์สำหรับคนหน้าแห้ง

3. มาสก์ข้าวโอ๊ต+ไข่ขาว+น้ำมันมะพร้าว

ส่วนผสม

น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนชา

ไข่ขาว 1 ฟอง

ข้าวโอ๊ต 1 กำมือ

ถ้าผิวหมองคล้ำดำโทรมไม่สดใส แถมยังแห้งลอกซะจนหมดสวย ลองนำไข่ขาวช่วยให้ผิวกระจ่างใสและกระชับ มาผสมกับน้ำมันมะพร้าวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และข้าวโอ๊ตที่ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้ จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดมาขัดเบา ๆ บนใบหน้า แล้วพอกทิ้งไว้สักพักค่อยล้างออก แล้วคุณจะสัมผัสได้เลยว่าผิวนุ่มชุ่มชื้นเต่งตึงกว่าที่เคย

มาสก์สำหรับคนหน้าแห้ง

4. มาสก์อะโวคาโด + ว่านหางจระเข้ + น้ำมันมะกอก

ส่วนผสม

อะโวคาโดบดละเอียด 1/2 ลูก

น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา

ว่านหางจระเข้ 1 ช้อนชา

ถ้าผิวต้องการความชุ่มชื้นแบบขีดสุดแล้ว ลองสูตรนี้ด่วน ๆ เลย เพราะเรียกได้ว่าเป็นสูตรที่รวมส่วนผสมเติมความชุ่มชื้นขั้นเทพเอาไว้ แถมน้ำมันมะกอกและว่านหางจระเข้ยังช่วยต่อต้านริ้วรอย และช่วยให้ผิวกระจ่างใสได้ด้วย

มาสก์สำหรับคนหน้าแห้ง

5. มาสก์ไข่แดง

ส่วนผสม

ไข่แดง 1 ช้อนชา

นมผง 1 ช้อนชา

ข้าวโอ๊ต 1 ช้อนชา

ในไข่แดงอุดมไปด้วยวิตามินบีและเอ แร่ธาตุ และไขมันดี ๆ มากมาย ที่จะช่วยล็อกความชุ่มชื้นในผิวได้ ถ้าอยากให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นไปนาน ๆ ให้มาสก์ไข่แดงไว้เลย โดยนำไข่แดงมาผสมกับนมผงและข้าวโอ๊ต จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มามาสก์ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น จากนั้นล้างปิดท้ายด้วยน้ำเย็นอีกที